บทความชีววิทยา


Amelia Mary Earhart นักบินเดี่ยวชาวอเมริกัน

โพสต์6 ก.ค. 2561 00:15โดยทรายขวัญ แสงอุ่น   [ อัปเดต 6 ก.ค. 2561 00:19 ]


Amelia Mary Earhart นักบินเดี่ยวชาวอเมริกัน 
ผู้หญิงคนแรกที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้สำเร็จ


2 กรกฎาคม พ.ศ. 2480
เอมิเลีย แมรี เอียร์ฮาร์ต (Amelia Mary Earhart) นักบินเดี่ยวชาวอเมริกัน ผู้หญิงคนแรกที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้สำเร็จ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมเครื่องบิน Lockheed L-10E Electra บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก 

เอียร์ฮาร์ตเกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2440 ที่เมืองแอทชิซัน มลรัฐแคนซัส ครอบครัวของเธอมีปัญหาเนื่องจากพ่อกับปู่ของเธอไม่ลงรอยกัน เธออยู่ในความดูแลของปู่มาตั้งแต่เด็ก เธอเรียนพยาบาลและได้เข้าเป็นพยาบาลอาสาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนที่จะหันมาสนใจการบินอย่างจริงจังหลังจากได้เห็น แฟรงค์ ฮอว์คส์ (Frank Hawks) โชว์ขับเครื่องบินผาดโผน เอียร์ฮาร์ตเริ่มเรียนการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2464 ที่สนามบินคินเนอร์ (Kinner Field) เมืองลองบีช อีกหกเดือนต่อมา เธอก็ซื้อเครื่องบินปีกสองสีเหลืองมือสองและตั้งชื่อว่า "แคนารี" (The Canary) หรือเจ้านกขมิ้น 

จากนั้นวันที่ 22 ตุลาคม 2465 เธอบินสูงได้ถึงระดับ 14,000 ฟุต (4,200 เมตร) ทำลายสถิติโลกสำหรับนักบินสตรี ก่อนจะได้รับใบอนุญาตการบินนานาชาติในวันที่ 15 พฤษภาคม 2466 โดยเป็นผู้หญิงคนที่ 16 จากนั้นเธอได้สมัครเป็นสมาชิกสมาคมการบินแห่งชาติ สาขาบอสตัน และได้สร้างสนามบินเล็กของตัวเองพร้อมทั้งเป็นตัวแทนขายเครื่องบินไปด้วย ในขณะเดียวกันก็เขียนบทความเกี่ยวกับการบินลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในท้องถิ่น เอมิเลียได้รับการยกย่องจากหนังสือพิมพ์ว่าเป็นนักบินสตรีที่ดีที่สุดในสหรัฐฯ

จนเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2475 เธอก็ได้เป็นนักบินผู้หญิงคนแรกที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้สำเร็จ โดยออกบินจากท่าเรือเกรซ เมืองนิวฟาวด์แลนด์ ประเทศแคนนาดา มุ่งหน้าสู่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วยเครื่องบินเครื่องยนต์เดี่ยว Lockheed Vega 5b ย้อนรอยเส้นทางที่ ชาร์ลส ลินด์เบิร์ก (Charles Lindbergh) ได้เคยทำสำเร็จก่อนหน้าในวันเดียวกันนี้เมื่อปี 2470 หลังจากที่บินมาได้ 14 ชั่วโมง 56 นาที เธอต้องพบกับสภาวะอากาศไม่ดีจึงต้องลงจอดกลางทุ่งหญ้าในเมือง Culmore ตอนเหนือของประเทศไอร์แลนด์ หลังจากนั้นเธอก็ได้แสดงฝีมือการบินเดี่ยวระยะไกลอีกหลายครั้ง พร้อมกับทำกิจกรรมรณรงค์ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี ความฝันของเธอคือการบินเดี่ยวรอบโลก เอียร์อาร์ตพร้อมกับ เฟรด นูแนน (Frederick Joseph Noonan) ต้นหน (navigator) ออกบินด้วยเครื่องบิน Lockheed L-10E Electra จากแคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2480 ก่อนจะหายสาบสูญไปในที่สุด

สหรัฐฯ ได้ใช้เงินถึง 4 ล้านเหรียญในการค้นหาเอมิเลียทั้งทางน้ำและทางอากาศ นับเป็นการค้นหาที่มีราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งยุคนั้น แต่ด้วยเทคนิคในการค้นหาในยุคนั้นยังค่อนข้างโบราณ การค้นหาจึงไม่บรรลุผล ได้มีการตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับการหายตัวของเอมิเลียและนูแนนมากมาย บ้างก็ว่าถูกเครื่องบินญี่ปุ่นดักบังคับให้ลงบนเกาะไซปันหรือถูกยิงตก ปัจจุบันเอกสารหลักฐานเกี่ยวการหายและการค้นหาที่เป็นทางการยังถูกปกปิดเป็นความลั


ติดตามเรื่องราวความรู้น่าสนใจอีกมากมายได้ที่
นิตยสาร Science Illustrated :http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/SCIENCE
เว็บไซต์ : http://bit.ly/1qasxo8
Instagram : Science_illustrated_thailand
หรือสมัครสมาชิกได้ที่ http://postintermedia.com/subscription

ทำไมแมวดำ...ถึงเป็นลางนำโชคร้าย?

โพสต์19 มิ.ย. 2561 05:47โดยทรายขวัญ แสงอุ่น   [ อัปเดต 20 มิ.ย. 2561 20:34 ]



250


  ทำไมแมวดำ...ถึงเป็นลางนำโชคร้าย?
ความเชื่อเรื่องแมวดำกับโชคร้ายน่าจะมีจุดเริ่มที่ยุโรปยุคกลาง แมวเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของหญิงชรา 
และชุมชนคริสต์ศาสนาในยุคกลางก็ชอบตั้งข้อหาแม่มดให้กับหญิงชราที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว 
บวกกับธรรมชาติของแมวที่เป็นสัตว์นักล่าเวลากลางคืน ดังนั้น แมวโดยเฉพาะแมวสีดำจึงกลายเป็น
สัญลักษณ์ของศาสตร์มืดที่เกี่ยวข้องกับแม่มดและปิศาจร้าย


ติดตามเรื่องราวความรู้น่าสนใจอีกมากมายได้ที่
นิตยสาร Science Illustrated :http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/SCIENCE
เว็บไซต์ : http://bit.ly/1qasxo8
Instagram : Science_illustrated_thailand
หรือสมัครสมาชิกได้ที่ http://postintermedia.com/subscription


ว้าว ! ตั๊กแตนพิสูจน์ระเบิดได้

โพสต์5 มิ.ย. 2560 22:09โดยรณชัย ส.สําราญชัย   [ อัปเดต 5 มิ.ย. 2560 22:11 ]


ว้าว ! ตั๊กแตนพิสูจน์ระเบิดได้


            มนุษย์ใช้สัตว์ตรวจวัตถุระเบิดมานานแล้ว ดยเฉพาะสุนัขที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ ตามหน้าจอทีวี รวมถึงหุ่นยนต์ที่นักวิทยาศาสตร์ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา และล่าสุดเมื่อปี 2016 ได้มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Washington ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Baranidharan Raman ได้ทดสอบความสามารถในการตามกลิ่นของตั๊กแตน ซึ่งพวกมันมีทักษะการดมกลิ่นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างเก่งกาจ จากการทดสอบนี้จึงน่าจะมีความเป็นไปได้ที่มันจะตามกลิ่นวัตถุหรือวงจรระเบิดได้ด้วย

            ทีมวิจัยออกแบบรอยสักที่สามารถส่งผ่านความร้อนไปยังปีกของแมลง เพื่อควบคุมทิศทางการบินของมันได้ เมื่อตั๊กแตนพบวัตถุต้องสงสัย มันจะส่งสัญญาณประสาทไปยังคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วที่ติดอยู่บนลำตัว เพื่อตีเป็นสัญญาณด้วยแสง LED ว่า “ใช่ (สีเขียว)” หรือ “ไม่ใช่(สีแดง)”

            สำหรับทีมงานของ Ramen ได้วางแผนสร้างกองทัพตั๊กแตนพร้อมใช้งานในอีก 2 ปี หลังจากนี้ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือของสหรัฐฯ ด้วยทุนวิจัย 750,000 เหรียญ

Cr : 
    นิตยสาร Science Illustrated :http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/SCIENCE
    เว็บไซต์ : http://bit.ly/1qasxo8 
    Facebook: facebook.com/SCIENCEILLUSTRATEDThailand
    Instagram : Science_illustrated_thailand

เปลือกหอยทากโตได้อย่างไร ?

โพสต์31 พ.ค. 2560 00:30โดยรณชัย ส.สําราญชัย   [ อัปเดต 31 พ.ค. 2560 00:31 ]

เปลือกหอยทากโตได้อย่างไร ?

  • เปลือกหอยทากมีรูปทรงเป็นท่อที่วนเป็นก้นหอยซ้อนทบกันหลายชั้น
  • เปลือกชั้นนอกสุดเป็นชั้นโปรตีนที่แข็งแรงและชั้นใต้ลงมาก็จะเป็นชั้นแคลเซียมหน
  • หอยทากบางชนิดจะมีชั้นไข่มุเคลือบอยู่ภายใน 
  • เมื่อหอยทากสร้างเปลือกเพิ่มขึ้นตรงปากท่อเปลือกหอยก็จะยาวขึ้นไปเรื่อยๆ
  • ส่วนความหนาของเปลือกจะเพิ่มขึ้นมาจากข้างใน หอยหลั่งสารสร้างเปลือกจากชั้นแมนเทิล ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังบางๆ ที่หุ้มรอบตัวหอยนั่นเอง

Cr : 
    นิตยสาร Science Illustrated :http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/SCIENCE
    เว็บไซต์ : http://bit.ly/1qasxo8 
    Facebook: facebook.com/SCIENCEILLUSTRATEDThailand
    Instagram : Science_illustrated_thailand

ฟองน้ำป้องกันกระสุนได้

โพสต์24 พ.ค. 2560 22:59โดยรณชัย ส.สําราญชัย   [ อัปเดต 24 พ.ค. 2560 22:59 ]


ฟองน้ำป้องกันกระสุนได้


ฟองน้ำได้รับการออกแบบมาให้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นไปพร้อมๆ กัน โครงสร้างภายในของมันประกอบไปด้วยเข็มแคลเซียมขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกัน เรียกว่า ขวาก (spicules) ขวากทำให้ฟองน้ำยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง จนยากจะใช้มีดตัดเป็น 2 ส่วน นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโจฮันเนส กูเตนเบิร์ก แห่งเมืองไมนซ์ และจากสถาบันมักซ์ พลังค์ เพื่อการวิจัยพอลิเมอร์ ได้สร้างขวากเทียมขึ้นมา โดยอ้างว่าวัสดุสังเคราะห์ชนิดใหม่นี้เหนือกว่าฟองน้ำมาก โดยเฉพาะในเรื่องความยืดหยุ่น ที่เป็นเช่นนั้นเพราะขวากสังเคราะห์มีโปรตีนมากกว่า วัสดุนี้ดีมากสำหรับเสื้อกันกระสุนที่จะต้องมีทั้งความแข็งแรงและยืดหยุ่นมากพอให้คนเคลื่อนไหวได้

Cr : 
    นิตยสาร Science Illustrated :http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/SCIENCE
    เว็บไซต์ : http://bit.ly/1qasxo8 
    Facebook: facebook.com/SCIENCEILLUSTRATEDThailand
    Instagram : Science_illustrated_thailand

ทากทะเลที่สังเคราะห์แสงได้ (Elysia chlorotica)

โพสต์24 พ.ค. 2560 22:49โดยรณชัย ส.สําราญชัย   [ อัปเดต 24 พ.ค. 2560 22:50 ]


นี่ไง ! ...ทากทะเลที่สังเคราะห์แสงได้


ทากทะเล Elysia chlorotica มีรูปร่างเป็นแผ่นแบนสีเขียวเหมือนใบไม้ ไม่ใช่แค่รูปร่างเหมือนใบไม้อย่างเดียว มันยังสังเคราะห์แสงได้อีกด้วย ทากทะเลสังเคราะห์แสงโดยคลอโรพลาสต์ที่มันได้จากสาหร่ายที่กินเข้าไป (คลอโรพลาสต์เป็นออร์แกเนลล์ที่ทำหน้าที่สังเคราะห์แสง) หลังจากย่อยสาหร่ายเรียบร้อย คลอโรพลาสต์จะถูกดูดซึมเข้าไปอยู่ในเซลล์ของทากทะเล มันจึงสร้างอาหารได้ด้วยการสังเคราะห์แสง การศึกษาล่าสุดยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ทากทะเล E. chlorotica มียีนที่สามารถสร้างคลอโรฟิลล์ได้ด้วยตัวเอง นับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตครึ่งสัตว์ครึ่งพืชจริงๆ

Cr : 
    นิตยสาร Science Illustrated :http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/SCIENCE
    เว็บไซต์ : http://bit.ly/1qasxo8 
    Facebook: facebook.com/SCIENCEILLUSTRATEDThailand
    Instagram : Science_illustrated_thailand


จิงโจ้ สามารเดินได้หรือไม่?

โพสต์24 พ.ค. 2560 22:41โดยรณชัย ส.สําราญชัย   [ อัปเดต 24 พ.ค. 2560 22:42 ]


จิงโจ้ สามารเดินได้หรือไม่?


ด้วยโครงสร้างร่างกายแล้ว จิงโจ้เกิดมาเพื่อกระโดด...กระโดด...และกระโดด ว่าแต่พวกมันเดินได้บ้างหรือเปล่านะ ?

จิงโจ้ เป็นสัตว์ที่ปรับตัวมาเพื่อเคลื่อนที่ด้วยการกระโดด สังเกตได้จากเท้าสองข้างที่อยู่ชิดกัน กล้ามเนื้อขาคู่หลังอันทรงพลัง ขาท่อนล่างที่ยาว และเท้าอันใหญ่โตผิดแผกจากสัตว์อื่นๆ ซึ่งช่วยให้มันกระโดดได้ดี ขาอันยาวเหยียดช่วยส่งตัวขึ้นสู่อากาศได้สูงและไกล เท้าขนาดใหญ่เป็นฐานที่มั่นคงในจังหวะลงพื้น จิงโจ้ตัวเต็มวัยกระโดดได้ไกลสิบกว่าเมตร และอาจจะทำความเร็วเกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง

แม้ขาหลังยาวๆ จะช่วยให้จิงโจ้กระโดดได้เร็วและไกล แต่มันกลับเป็นอุปสรรคในการก้าวเดิน ขาคู่หลังของจิงโจ้ถูกล็อกให้เคลื่อนที่ไปด้วยกัน ไม่สามารถเคลื่อนไหวแยกกันได้อย่างอิสระ ท่าเดินของจิงโจ้จึงดูพิลึกพิลั่นกว่าสัตว์อื่น จิงโจ้จะใช้หางของมันเสมือนเป็นขาข้างที่ 5 ช่วยยันพื้นให้มันค่อยๆ คืบไปข้างหน้า

ฉะนั้นสำหรับจิงโจ้แล้ว การเดินถือว่าเป็นการเปลืองพลังงานอย่างหนึ่ง เพราะการเดินอย่างงุ่มง่ามของจิงโจ้ใช้พลังงานเปลืองกว่าการเดินของสัตว์สี่เท้าชนิดอื่นๆ แต่ในทางตรงกันข้ามการกระโดดด้วยความเร็วสูง จิงโจ้กลับใช้พลังงานน้อยกว่า เนื่องจากเอ็นในขาหลังอันยาวเหยียดของมันสามารถแปลงพลังงานจากการลงกระทบพื้นมาเป็นพลังงานในการดีดตัวได้ถึงร้อยละ 60 การกระโดดในแต่ละครั้งของจิงโจ้จึงใช้พลังงานน้อยกว่าสัตว์อื่นๆ

Cr : 
    นิตยสาร Science Illustrated :http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/SCIENCE
    เว็บไซต์ : http://bit.ly/1qasxo8 
    Facebook: facebook.com/SCIENCEILLUSTRATEDThailand
    Instagram : Science_illustrated_thailand

ปรากฏการณ์แพลงก์ตอนทะเลเรืองแสง

โพสต์24 พ.ค. 2560 22:38โดยรณชัย ส.สําราญชัย   [ อัปเดต 24 พ.ค. 2560 22:39 ]

 
ปรากฏการณ์แพลงก์ตอนทะเลเรืองแสง


แพลงก์ตอนที่เรืองแสงสว่างไสวท่ามกลางมหาสมุทรสีดำมืดมิดเป็นภาพที่เราพบเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง โดยเราเรียกปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ว่า “การเรืองแสงที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีของสิ่งมีชีวิต” (bioluminescence) พวกมันเรืองแสงได้อย่างไรนั้นยังคงเป็นปมปริศนาที่รอคอยคำอธิบายตลอดมา จนกระทั่งเมื่อปี 2013 นักวิทยาศาสตร์พบว่าการกระเพื่อมของน้ำทะเลส่งกระแสไฟฟ้าไปยังช่องพิเศษในเยื่อหุ้ม (membrane) ของแพลงก์ตอนทะเลจนเกิดปฏิกิริยาทางเคมีจำนวนมากที่ไปกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ลูซิเฟอเรสหรือโปรตีนที่ผลิตแสงของพวกมัน

Cr : 
    นิตยสาร Science Illustrated :http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/SCIENCE
    เว็บไซต์ : http://bit.ly/1qasxo8 
    Facebook: facebook.com/SCIENCEILLUSTRATEDThailand
    Instagram : Science_illustrated_thailand

มลพิษทำให้ปลาเปลี่ยนเพศได้

โพสต์24 พ.ค. 2560 22:34โดยรณชัย ส.สําราญชัย   [ อัปเดต 24 พ.ค. 2560 22:35 ]


มลพิษทำให้ปลาเปลี่ยนเพศได้



น้ำที่ปนเปื้อนด้วยสารซึ่งรบกวนฮอร์โมนอาจมีผลอย่างมากกับปลาบางชนิด จนอาจทำให้พวกมันกลายเพศได้ นักชีววิทยาทดสอบทฤษฎีนี้กับปลาม้าลาย ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อฮอร์โมนค่อนข้างมาก เพศของปลาม้าลาย ไม่ได้ถูกกำหนดผ่านโครโมโซมเพศ แต่ก็ต้องอาศัยกลไกควบคุมทางพันธุกรรม ผลการวิจัยสาธิตว่า สารคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรนที่เจือปนอยู่ในน้ำสามารถส่งผลให้ปลากลายเพศเป็นตัวผู้หรือตัวเมียได้ทั้งฝูง ยกตัวอย่างเช่น ปลาที่ได้รับสารคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนจะผลิตไข่ในลูกอัณฑะแทนอสุจิ

Cr : 
    นิตยสาร Science Illustrated :http://www.ookbee.com/Shop/Magazine/SCIENCE
    เว็บไซต์ : http://bit.ly/1qasxo8 
    Facebook: facebook.com/SCIENCEILLUSTRATEDThailand
    Instagram : Science_illustrated_thailand

Medical Genomics

โพสต์24 พ.ย. 2558 16:14โดยรณชัย ส.สําราญชัย   [ อัปเดต 14 ก.ค. 2559 03:59 ]

ผุดแอปฯ "จีโนมมนุษย์" ให้ความรู้คนไทย



TCELS ผนึก รพ.รามา, ม.นเรศวร ผุดแอปพลิเคชั่นจีโนมมนุษย์ บรรจุข้อมูลพัฒนาการถอดรหัสพันธุกรรม ในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว เกม และแบบทดสอบแบบเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลและประชาชนทั่วไป ใช้ได้ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ดาวน์โหลดฟรีวันนี้
       
       ศ.ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การวิจัยด้านจีโนมมนุษย์ได้พัฒนาก้าวเข้ามาสู่จุดที่สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ด้านการแพทย์เพื่อการป้องกัน ดูแล และรักษาโรคต่างๆให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานายบารัก โอบามา ถึงกับกำหนดเป็นวาระแห่งชาติในการแถลงเปิดสภาฯ ประจำปี 2558 ในเรื่องการแพทย์แนวใหม่ที่จะมีความแม่นยำสูงนั้น หรือ “การแพทย์แม่นยำ” ที่ต้องอาศัยข้อมูลจากการถอดรหัสพันธุกรรมผู้ป่วยรวมทั้งญาติสายตรงทั้งจีโนมมาใช้วิเคราะห์เพื่อการรักษา
       
       ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้รับความรู้และมีความเข้าใจเกี่ยวกับจีโนมทางการแพทย์ และประโยชน์ของนำไปใช้กับประชากรไทย ทางสำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมกันจัดทำแอปพลิเคชั่น ดังกล่าวบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต
       
       มีวัตถุประสงค์หลักของการพัฒนาแอปพลิเคชั่นนี้ เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมถอดรหัสพันธุกกรมดีเอ็นเอบนจีโนมมนุษย์ รวมทั้งการนำไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยในโรงพบาบาล แก่ประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าใจได้ โดยง่าย ประกอบด้วยเนื้อหาในรูปแบบภาคเคลื่อนไหวพร้อมเสียงประกอบ มินิเกม และแบบทดสอบวัดความรู้ในลักษณะเกมเสริมการเรียนรู้
       
       "ประชาชนทั่วไปที่มีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัตการแอนดรอยด์หรือไอโอเอสสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นจีโนมทางการแพทย์มาศึกษาหาความรู้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ คีย์เวิร์ดที่ใช้เรียกแอปพลิเคชั่นนี้ภาษาไทยใช้ว่า “จีโนมทางการแพทย์” หรือคีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษคือ “Medical Genomics” ผ่าน กูเกิล เพลย์ สโตร์ (Google Play Store) หรือ แอปเปิลสโตร์ (Apple Store) มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต" ศ.ดร.วสันต์อธิบาย
       
       สำหรับเนื้อหาจีโนมทางการแพทย์ที่บรรจุในแอปพลิเคชั่น จัดแบ่งออกเป็นเก้าบทเริ่มตั้งแต่การถอดรหัสพันธุกรรมบนเครื่องถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมรุ่นใหม่ที่ทันสมัย การถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อก่อโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ การถอดรหัสและวิเคราะห์ลำดับเบสเชื้อไวรัสดื้อยา การตรวจวินิจฉัยจีโนมของตัวอ่อนมนุษย์ก่อนการนำไปฝั่งต้วในโพรงมดลูก (เด็กหลอดแก้ว) การตรวจสารพันธุกรรมทั้งจีโนมของทารกในครรภ์จากเลือดมารดา ตรวจกรองทารกแรกเกิดทั้งจีโนมว่ามีการกลายพันธุ์ที่ยีนใดหรือไม่ เพื่อการป้องกัน ดูแล และรักษาได้ทันท่วงทีหลังคลอด เภสัชพันธุศาสตร์กับการตรวจยีนก่อนเพื่อเลือกใช้ยาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล การถอดรหัสพันธุกรรมผู้ป่วยทั้งจีโนมเพื่อสืบค้นว่าโรคที่ไม่ทราบสาเหตุที่เป็นอยู่นั้นมีสาเหตุมาจากการกลายพันธุ์ที่ยีนใด สามารถมีวิธีหรือยาใช้รักษาตัวผู้ป่วยเอง หรือป้องกันญาติสายตรงที่ไม่มีอาการมิให้ถ่ายไปสู่รุ่นลูกหลานได้หรือไม่ และการถอดรหัสพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งเพื่อเลือกใช้ยาที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะ
       
       ศ.ดร.วสันต์ กล่าวว่า เนื้อหาในแอปพลิเคชั่นนี้ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้จริงในโรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โรงเรียนและสถาบันการศึกษาใดที่สนใจในด้านของเนื้อหาหรือข้อมูลต่างๆในแอปพลิเคชั่นสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ. รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 02-201-1470 หรือ 081-823-2813



Cr: manager.co.th/Science


1-10 of 17