ไวรัสเมอร์ส (MERS-CoV)

โพสต์14 มิ.ย. 2558 21:47โดยรณชัย ส.สําราญชัย   [ อัปเดต 15 มิ.ย. 2558 02:52 ]

ระวังไวรัสเมอร์ส (MERS-CoV) ระบาด เชื้อโรคไม่มียารักษา



        
แม้ว่าไวรัสเมอร์สสายพันธุ์ใหม่จะยังไม่มาถึงประเทศไทย แต่ควรรู้และป้องกันไว้ก่อน เพราะเป็นเชื้อใหม่ล่าสุดที่ยังไม่มียารักษา

ทำไมชื่อ เมอร์ส
มาจากชื่อเต็มภาษาอังกฤษว่า Middle East respiratory syndrome coronavirus (MERS-CoV) หรือเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ตะวันออกกลาง

ต้นกำเนิดของไวรัสเมอร์สคอฟ
ไวรัสชนิดนี้ต้นกำเนิดจากประเทศซาอุดิอาระเบียและยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ามีต้นกำเนิดจากคนหรือสัตว์หรือเชื้อใด แต่มีผลวิจัยระบุว่าอาจมีแพะเป็นพาหะนำเชื้อ และเป็นเชื้อไวรัสใกล้เคียงไวรัสในค้างคาวสายพันธุ์หนึ่ง ทั้งนี้วัสเมอร์สเป็นเชื้อไวรัสเดียวกับโรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome-SARS) ที่แพร่ระบาดอย่างหนักในเอเชียเมื่อปี พ.ศ. 2546


ความร้ายแรงของไวรัสเมอร์สคอฟ
ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเมอร์สจะมีอาการคล้ายเป็นโรคระบบทางเดินหายใจมีไข้สูงไอ หายใจหอบ หายใจขัด ถ่ายเหลว หากเป็นหนักจะเสียชีวิตทันทีภายใน 3 -4 สัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุเพศชาย โดยเชื้อจะอยู่ในละอองน้ำมูกน้ำลายผู้ป่วย ติดต่อได้ง่ายจากการไอจาม โดยผู้ป่วยเกือบทั้งหมดร้อยละ 96 มีโรคประจำตัว 1 โรคหรือมากกว่า ได้แก่เบาหวาน รองลงมาคือความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต

การป้องกันเบื้องต้นไวรัสเมอร์สคอฟ

1. กินร้อน- ช้อนกลาง- ล้างมือ

2. ใช้ผ้าหรือกระดาษปิดปากเมื่อจาม

3. หลีกเลี่ยงไปสถานที่ที่ผู้คนแออัด

4. สวมหน้ากากอนามัยหากต้องไปสถานที่ที่ผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะช่วงพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์

5. หมั่นออกกำลังกายและรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

6. มาพบแพทย์พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่หากมีประวัติเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของเชื้อ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย การ์ตา จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ ฝรั่งเศส ตูนิเซีย เยอรมนี อิตาลี โอมาน คูเวต มาเลเซีย กรีซ และฟิลิปปินส์


ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

"กระทรวงสาธารณสุข" ประกาศให้ “ไวรัสเมอร์ส” เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ใครฝ่าฝืนหรือปิดบัง มีโทษปรับไม่เกิน 2 พันบาท"


Ref : http://www.momypedia.com/


Comments